เคล็ด(ไม่)ลับถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงานด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องง้อช่างภาพ

เคล็ด(ไม่)ลับถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงานด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องง้อช่างภาพ

          ในยุคเศรษฐกิจ 2018 แบบนี้ ... การจัดงานแต่งงานต้องยอมรับเลยว่าต้องใช้งบประมาณที่มากพอสมควรกันเลยหละคะ

และการเตรียมงาน อะไรที่สามารถที่จะลดทอนตรงส่วนไหนได้บ้าง ก็น่าจะดีอะเนอะ..เราก็เข้าใจหละคะ.. 

อย่างการถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงาน (ตอนเราแต่งเอง เราก็ถ่ายกันเองนี่หละ)

หากว่าที่คู่บ่าวสาวไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้มากนัก และการจัดงานที่ไม่ใหญ่มากนัก หรือต้องการใช้ภาพที่จะนำมาโชว์หน้างานไม่เยอะมากมาก บวกกับมีอุปกรณ์การถ่ายภาพอยู่ด้วยแล้ว จะไปจ้างช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายให้ราคาค่าจ้างก็สูงพอควร

บทความนี้ เราก็เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์และบอกเล่ากับเพื่อนๆ นะคะ

เคล็ด(ไม่)ลับถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงานแบบประหยัด ถ่ายเอง ตั้งกล้องเอง เหมาะมากสำหรับคู่รักที่ต้องการประหยัดงบ อยากมีความเป็นส่วนตัวและมีกล้องเป็นของตัวเอง จัดไปเลยค่ะ งานนี้ไม่ยากเกินความสามารถของเราได้ 555+

สิ่งสำคัญที่ต้องมีพร้อม .. เรามาดูกันเลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้างนะจ๊ะ..

1. อุปกรณ์ถ่ายภาพต้องพร้อม 

          สิ่งสำคัญของการถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงานด้วยตัวเอง คืออุปกรณ์ต้องพร้อม กล้องถ่ายรูปที่มีระบบ wifi  และ มี app รองรับ  ขาตั้งกล้อง มือถือที่ติดตั้ง App ได้ เอาไว้ใช้ถ่ายภาพ สำหรับกลองนั้นจะเป็นรุ่นไหนก็ได้แต่อยากให้เลือกรุ่นที่สามารถจับภาพได้นิ่ง ขาตั้งกล้องเอาแบบที่แข็งแรงสามารถปรับระดับความสูงต่ำได้ เลือกแบบสามขาจะดีที่สุด ถ้าไม่มีกล้องถ่ายภาพรูปที่มีระบบ wifi ก็ลองวานเพื่อน หรือญาติให้มาเป็นคนกดชัตเตอร์ให้แทนก็ได้ค่ะ โดยที่มีเราเป็นคนคอยดูมุมกล้อง มุมภาพที่ต้องการแล้วให้เขาลั่นชัตเตอร์ให้แทน
         จริงๆ นะ.. งานเราให้เพื่อนที่สนิทกัน แบบว่า เล่นกล้องอะ มาถ่ายให้ .. มันแบบว่า ok มากๆ คะ..ไม่เขิลด้วย                                                       แบบว่า ไปเที่ยวแล้วก็ถ่ายกันเองอะ แต่เราก็ต้องดูอื่นๆ ประกอบด้วยนะคะ วิว ฉาก สถานที่ ชุดนะคะ..จึงจะได้ภาพที่สวยนะคะ ไม่ใช่เที่ยวทั่วไปคะ

2.  สถานที่ค่ะ.. ต้องเลือกก่อนนะคะ

             เมื่ออุปกรณ์ถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงานพร้อมแล้ว ทีนี้ก้ต้องมาเลือกสถานที่แล้วว่าจะใช้ที่ไหนในการถ่ายภาพดี การถ่ายภาพด้วยตัวเองอาจจะจำกัดสถานที่ที่มีคนน้อย คนไม่พลุกพล่านมากนักจะดีที่สุด เนื่องจากบ่าวสาวต้องตั้งกล้องถ่ายเอง ถ้าเป็นแบบอินดอร์ก็เลือกห้องสวยๆ จะเป็นโรงแรมที่ไปพัก ร้านอาหารสวยๆ ถ้าเป็นนอกสถานที่พวกวิวทะเล ทุ่งหญ้า ป่า ก็เป็นสถานที่ที่น่าสนใจในการถ่ายพรีเวดดิ้ง 

             สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป สมัยนี้ก็เปิดให้ถ่ายภาพกันฟรีๆ มีเพียบเลยนะคะ .. ตอนนั้น สมัยเราก็ไปขอถ่ายที่ร้านอาหารคะ แต่บรรยากาศดีคะ มีวิวภูเขา ทุ่งหญ้า ทุ่งนา กับโต๊ะเก้าอี้ในร้าน ประตู ที่นั่ง เอาหมดหละ.. ก็ได้ไปอีกฟิวนะคะ..

3. สไตล์ของภาพต้องคิดไว้ก่อน

                  อีกสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่าสถานที่คือ สไตล์ หรือรูปแบบของภาพถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงาน ว่าเราต้องการให้ออกมาเป็นแบบไหน จะไปดูแบบการโพสต์จากอินเตอร์เน็ต หรือตามนิตยสารก็ได้ ถ้ายังคิดไม่ออกเรามีมานำเสนอ 2 ไอเดียรูปแบบของภาพถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงาน โดยแบบแรกภาพไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันธีมนี้จะได้ความรู้สึกแบบเป็นธรรมชาติ เลือกสถานที่เป็นบ้าน ร้านอาหารที่ตกแต่งสวยงาม ที่ทำงานก็มีนะคะ.. หลังจากนั้นก็หามุม ตั้งค่ากล้อง แล้วตั้งเวลาให้เรียบร้อย คิดท่าทางให้ดูเป็นตัวเองมากที่สุด ลองนึกถึงเวลาที่อยู่ด้วยกันแค่สองคน แล้วแอคท่าลั่นชัตเตอร์ได้เลย สำหรับแบบที่สอง เรียบง่ายด้วยฉากหลังแบบธรรมดา ซึ่งหากไม่อยากเสียเงินเช่าสตูดิโอ หรือต้องออกไปนอกสถานที่ต้องเดินทางให้เปลือง ลองหามุมในบ้านที่พอจะถ่ายได้ดูนะคะ ผนังบ้านเรียบๆ สีพื้นได้หมด ไม่ว่าจะสีขาว สีเทา สีดำ ฯลฯ เสื้อผ้าก็ไม่ต้องเลือกเยอะ เสื้อยืด กางเกงยีนส์ บวกกับท่าทางและรอยยิ้มหวานๆ ก็สวยเริ่ดได้แล้วค่ะ 

        จริงๆ ท่าทาง ของภาพ ก็ไม่ได้มีไรมากนะคะ.. ยิ้ม มองหน้ากัน มองคนละทาง จับมือกัน ยื่นของให้กัน คือ..อะไรประมาณนี้ แค่นี้เองอะ.. จริงๆ นะ..สังเกตุ จากงานแต่งเพื่อนๆ ดูก็ได้คะ ภาพที่โชว์หน้างานก็ประมาณนี้หละคะ..

4. เสื้อผ้า หน้าผมต้องเป๊ะ

            รูปแบบ สไตล์ หรือธีมของภาพถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงานลงตัวแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเตรียมพร็อพประกอบฉาก เสื้อผ้า แว่น หมวก รองเท้า นาฬิกา เครื่องประดับ การแต่งหน้า เครื่องสำอางค์ ทุกสิ่งอย่าง แป้ง รองพื้น ลิปหลากสี อายแชร์โดว์ แปรงต่างๆ กระดาษซับมัน กระดาษทิชชู่  อุปกรณ์สำหรับทำผม สเปรย์ หวีสารพัดขนาด ไดร์เป่าผม อุปกรณ์ตกแต่งผม ที่ต้องเตรียมเอาไว้ให้พร้อม เพราะเราไม่ได้จ้างช่างภาพถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงาน หรือสตูดิโอถ่ายภาพพรีเวดดิ้งงานแต่งงานมาจัดการตรงนี้ให้ เราจึงจำเป็นต้องจัดการในส่วนตรงนี้เองอาจจะดูวุ่นวายหน่อยๆ แต่ควรที่จะเตรียมการเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไปลองหาดูชุดเสื้อผ้าราคาประหยัดตามมอล์ลต่างๆ ตาม Net หรือชุดเสื้อผ้าเราเองแบบชิคๆ หรือแบบใส่เสื้อคู่ อะไรประมาณนั้น หรือจะเพิ่มดอกไม้สดที่ปากคลองตลาด มาเป็นพร๊อพ .. หาพร็อพเพิ่มเติมจากสิ่งที่มีอยู่ที่บ้าน ส่วนการแต่งหน้าทำผม ก็แต่งไว้เลย แต่การแต่งหน้า จะบอกไว้นิดนึงนะคะ..ว่านี่คือแต่งหน้าถ่ายพรีนะคะ ไม่ใช่แต่หน้าอยู่บ้าน เพราะ เวลาเจอกล้องเจอแสงหน้าจะจืดคะ ถ้าเผื่อนำภาพมาปรับแสงนะคะ ยังไงก็แต่งให้เข้มกว่าปกติซะหน่อยนะจ๊ะ.. หรือแต่งไว้ก่อน พอไปถึงสถานที่ ลองปรับภาพ ในคอมฯ ปรับแสงดูนะคะ ...เรื่องความสวยความงามตรงนี้อาจจะให้เพื่อนสาวมาช่วยดูแลก็ได้ เป็นการชวนเพื่อนเที่ยว แล้วเราก็ถ่ายภาพกันสวยๆ กันไป มีเบื้องหน้าเบื้องหลังด้วยก็เกร๋กู๊ดนะคะ

5. อุปกรณ์การถ่ายภาพ อุปกรณ์ปรับแต่งภาพ

           เพิ่มเติมอีกนิดจากข้อ 1 .. ก็ Notebook ถ้ามีก็ติดไปเผื่อนะคะ .. เปิดเพลงบิ้วท์อารมณ์ด้วย เตรียมเพลงเพราะๆ กันซะหน่อย และเอา Notebook ไปด้วยอย่างที่บอกคะ.. อาจจะถ่ายแล้ว นำภาพมาลองเข้าเครื่อง ปรับภาพ ปรับแสงกันดูนะคะ ว่า มุม ok ไหม แสง ok ไหม แล้วก็จะได้ถ่ายแก้ไขกันได้เองตรงนั้นเลยคะ.. ไม่เสียเวลานะคะ.. อุปกรณ์ไฟวัตต์ เผื่อ เราถ่ายสถานที่ ที่ครึมๆ หน่อย หน้าเราในภาพจะมืดไปด้วยไม่ไบร์ทนะคะ.. จัดแสงให้สวย หรือ เผื่อเจอแดดจ้า เกินก็ไม่ดีนะคะ.. หน้าจะมันเงาหมองคะ.. อ๊ะ.. บอกกันไป เม้าท์กันไป ..

               อ่านกันจนจบ ... ยังจะทำเอง หรือจะจ้างช่างภาพมืออาชีพดีกว่า ไหม๊คร่ะ..

                เคล็ด(ไม่)ลับที่เราอยากจะบอกต่อคู่บ่าวสาวที่อยากจะถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงานด้วยตัวเอง ซึ่งการเตรียมตัวนั้นก้ไม่ได้ยาก การถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยตัวเองนั้นมีข้อดีคือได้เที่ยวไปในตัว ไม่ฟิกเรื่องเวลา เรื่องชุด และประหยัดงบประมาณไปได้ส่วนหนึ่ง แต่จะลำบากหน่อย เหนื่อย  ไหนจะชุด ไหนจะกล้อง ถ้าจ้างช่างภาพถ่ายพรีเวดดิ้งงานแต่งงานมืออาชีพเขาจะค่อยเช็คและดูแลทุกอย่าง แต่ถ้าถ่ายเองก็ต้องจัดการเองทั้งหมดเลย ก็ต้องแล้วแต่งบ แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคู่กันด้วยเนอะ.. ส่วนนี้ .. ไม่ว่ากันคะ.. บางคน ถ่ายภาพ ราคาไม่ถึงหมื่น บางคน ถ่ายเป็นแสน ก็มีคร้าาา... แล้วแต่ความสะดวก ความสุข ความพอใจนะคะ...

Powered by MakeWebEasy.com